Friday, 31 December 2010

Silvester วันสิ้นปีของคนเยอรมัน

วันนี้ 31 ธันวาคม เป็นวันสุดท้ายของปี 2553 ถ้าเป็นที่เมืองไทยเราก็จะเรียกวันนี้ว่า “วันสิ้นปี” แต่สำหรับคนเยอรมันนั้นจะเรียกวันนี้ว่า “Silvester” ค่ะ

ทำไมต้องเรียกว่า Silvester?

เมื่อประมาณ 1,600 ปีก่อน มีพระสันตะปาปาองค์หนึ่งชื่อว่า Silvester 1. ท่านได้ขึ้นรับตำแหน่งเป็นพระสันตะปาปาในวันที่ 31 ธันวาคม 314 ตามตำนานเล่าว่า ท่านได้เคยช่วยรักษากษัตริย์พระองค์หนึ่งจากโรคร้ายแรง โดยใช้เพียงมือสัมผัสเท่านั้น และโดยบังเอิญท่านได้เสียชีวิตลงในวันที่ 31 ธันวาคม 335 หลังจากนั้นเป็นต้นมาในวันสุดท้ายของปีจึงถูกเรียกว่า Silvester เพื่อเป็นการรำลึกถึงท่าน

คนเยอรมันทำอะไรกันในวันสิ้นปี?

Silvesterabend หรือคืนวันสิ้นปี โดยส่วนใหญ่คนจะนิยมฉลองกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง เมื่อพูดถึงการฉลองสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ อาหาร นั้นเองค่ะ เมนูที่เค้านิยมทำกินกันก็จะเป็นพวกเมนูปลา เช่น Karpfen


รูปจาก www.lecker.de

นอกจากนี้ยังนิยมกินฟองดู หรือ Raclette (เป็นเตาย่างชนิดหนึ่งด้านบนเป็นที่สำหรับย่างส่วนด้านล่างจะมีที่สำหรับวางถาดเล็กๆ ซึ่งจะใช้วางอาหาร เช่น ผักหรือแฮม และวางชีสไว้ด้านบน เมื่อโดยความร้อนจากเตาด้านบนชีสจะละลายน่ากินมากๆ เลยค่ะ)


รูปจาก http://www.hostesstrolleyworld.com/p_raclette_fondue.htm

ส่วนในช่วงระหว่างรอเวลาเที่ยงคืนนั้นจะมีเกมส์ที่นิยมเล่นกันเรียกว่า Bleigießen คือการเอาเม็ดตะกั่วเล็กๆ มาใส่ในช้อนแล้วนำไปลนไฟ พอตะกั่วละลายก็นำไปเทลงในน้ำเย็น จะทำให้เกิดเป็นรูปทรงต่างๆ ขึ้นมาค่ะ โดยเจ้ารูปทรงนี้จะถูกใช้ทำนายเพื่อบอกอนาคตในปีหน้าค่ะ


รูปจาก http://de.wikipedia.org/wiki/Bleigie%C3%9Fen

พอถึงเวลาเที่ยงคืนเค้าจะชนแก้วดื่ม Sekt (เครื่องดื่มแอลกอฮอล์คล้ายๆ แชมเปญ) ฉลองกันพร้อมกล่าวคำอวยพร “Prosit Neujahr” หรือ “Ein gutes neues Jahr” หลังจากนั้นก็จะออกไปที่ถนนเพื่อจุดพลุหรือดอกไม้ไฟฉลองกันค่ะ

อ้างอิง
- http://www.tivi.de/fernsehen/logo/artikel/11265/index.html
- Langenscheidt Wörterbuch

Monday, 27 December 2010

Monday, 20 December 2010

รูปแนว Miniature Effect



เคยเห็นภาพลักษณะแบบนี้มาซักระยะหนึ่งแล้ว ลักษณะที่ว่าก็คือ ภาพถ่ายวิวทั่วๆ ไป แต่ว่าดูแล้วเหมือนกับถ่ายจากเมืองจำลองหรือเมืองตุ๊กตา คือวัตถุทุกอย่าง, ผู้คนในภาพ ดูแล้วเหมือนเป็นของปลอมยังไงอย่างนั้น ดูแล้วแปลกตาดีชอบมากๆ เลย

มาวันนี้เพิ่งจะรู้ว่า เค้าเรียกภาพแบบนี้ว่า Miniature Effect เป็นเทคนิคอย่างนึงคือจะทำให้ภาพบางส่วนในลักษณะเบลอ กล้องรุ่นใหม่ๆ ก็มีฟังก์ชันนี้ด้วยสามารถถ่ายจากกล้องเป็นรูปแบบนี้ได้เลย แต่กล้องเรายังโลโซอยู่เลยต้องอาศัยโปรแกรม Photoshop ช่วยแต่งภาพแทน ทำไม่อยากเลย แต่ว่าเทคนิคนี้เหมาะกับภาพวิวสูง หรือภาพมุมกว้างๆ ซึ่งปกติไม่ค่อยได้ถ่ายเลย วันหลังเวลาถ่ายรูปจะถ่ายมุมกว้างๆ แล้วเอามาแต่งอีกดีกว่า ส่วนภาพข้างล่างนี้แต่งเล่นสนุกดี ถึงกล้องเราจะธรรมดา แต่รูปเราก็สวยได้ด้วย Photoshop อิอิ

Sunday, 19 December 2010

ของขวัญจากเพื่อนบ้าน


ของขวัญปีใหม่จากคุณยายข้างห้อง น่ารักมากๆ เอามาแขวนไว้ที่ประตู เป็นขนมคุกกี้อบเองด้วย ประทับใจจริงๆ ขอบคุณนะค่ะ ^_^

Geschenk von unserer netten Nachbarin. Das hat sie an die Tür gehängt, so süß ^_^ Danke!

Wednesday, 8 December 2010

Let it snow!


วันนี้หิมะตกทั้งวันเลย

Heute scheint es ganzen Tag. Schnee ist ein wunderschönes Ding von der Natur, aber sie kommt immer mit Kälte und Schwierigkeit.

Tuesday, 7 December 2010

เค้กผลไม้ก้อนโต: Christstollen


Weihnachten ohne einen saftigen Christstollen ist ganz und gar undenkbar!

Christstollen หรือเค้กผลไม้ก้อนโตของชาวเยอรมัน ภายนอกโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งสีขาวละเอียด ส่วนภายในเนื้อเค้กนั้นอัดแน่นไปด้วยไส้ผลไม้เชื่อม, ผลไม้แห้ง, ถั่วนานาชนิด เค้กผลไม้นี้เป็นสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่ารูปร่างหน้าตาของเค้กนั้นถูกทำขึ้นให้เหมือนกับเด็กทารกที่ถูกห่อผ้าอยู่ซึ่งก็หมายถึงพระเยซูตอนประสูตินั้นเอง

รูปจาก Wikipedia

Sunday, 28 November 2010

1. Adventssonntag

Advent, Advent, ein Lichtlein brennt!

Heute is der erste Sonntag in der Adventszeit. In Deutschland is es Brauch, den Advent - die Zeit vom vierten Sonntag vor Weihnachten bis Weihnachten - zu feiern. Man stellt den Adventskranz aus Tannenzweigen auf, auf dem vier Krezen stecken.
Am ersten Adventssonntag wird die erste Kreze angezündet, am zweiten Adventssonntag kommt die zweite dazu, bis dann am letzten Wochenende vor Weihnachten alle vier Krezen brennen.

ช่วงเวลา 4 สัปดาห์ก่อนจะถึงวันคริสต์มาส ที่เยอรมันเรียกว่า Adventszeit ในช่วงเวลานี้จะมีประเพณีที่ชาวเยอรมันนิยมทำกันก็คือ การจุดเทียน 4 เล่ม โดยส่วนใหญ่เทียน 4 เล่มนี้จะถูกตกแต่งในรูปแบบของพวงมาลาโดยใช้ใบของต้นสนมามัดกันเป็นวงแหวนตกแต่งด้วยดอกไม้แห้งหรือริบบิ้น แล้ววางเทียนทั้ง 4 เล่มไว้ด้านบน เจ้าพวกมาลานี้เค้าเรียกกันว่า Adventskranz

ในวันอาทิตย์แรกของ Advent นี้ เค้าจะเริ่มจุดเทียนเล่มแรกกัน พอวันอาทิตย์ต่อไปก็จุดเทียนเล่มที่สอง จุดต่อไปเรื่อยๆ อีกสองอาทิตย์ เทียนทั้งหมดก็ถูกจุดจนหมดพอดีในสัปดาห์สุดท้ายก่อนจะถึงคริสต์มาส (เหมือนว่าเป็นการนับถอยหลังประมาณนั้น)

Für Kinder gibt es Adventskalender, die für jedem Tag vom 1. Dezember bis Weihnachten ein kleines Fenster haben, hinter dem ein Bild oder Schokolade verborgen ist.

สำหรับเด็กๆ นั้นก็จะมีการนับถ้อยหลังเหมือนกัน โดยจะใช้ปฎิทินที่เค้าเรียกว่า Adventskalender ซึ่งมันจะมีหน้าต่างเล็กๆ ที่เขียนตัวเลข 1 ถึง 24 ไว้ โดยหน้าต่างนี้จะถูกเปิดที่ละอันเริ่มเปิดตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ข้างในก็จะมีรูปภาพหรือช็อกโกแลตซ่อนอยู่ เปิดไปจนถึงวันที่ 24 ธันวาคม (น่าสนุกทีเดียวเพราะต้องคอยลุ้นของที่ซ่อนอยู่ข้างในทุกวันๆ)



วันนี้ก็เป็นวันอาทิตย์แรกของ Advent หลายๆ บ้านก็คงจะเริ่มจุดเทียนเล่มที่หนึ่งกันแล้ว แต่สำหรับเราก็ไม่ได้จุดกับเค้าหรอก (จริงๆ ก็อยากนะ แต่มันแพง เก็บตังค์ไว้ซื้ออย่างอื่นดีกว่าเนอะ)

Saturday, 27 November 2010

Weihnachtsmarkt 2010 ตลาดคริสต์มาส



Weihnachtsmarkt หรือ ตลาดคริสต์มาสในเยอรมันนิยมจัดกันในช่วง Adventszeit หรือช่วงสี่สัปดาห์ก่อนถึงวันคริสต์มาส บรรยากาศก็จะมีร้านค้ามากมาย เช่น ร้านขายอาหารพื้นเมือง, ร้านขายขนม, ร้านขายของเล่น, ร้านขายของงานฝีมือต่าง และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ร้านขาย Glühwein (ไวน์แดงต้มกับเครื่องเทศหลากหลายชนิด เช่น การพลู, อบเชย เป็นต้น) ท่ามกลางอากาศที่เหน็บหนาวทำให้คนนิยมดื่ม Glühwein กันมากเพราะช่วยให้รู้สึกอุ่นขึ้น คนจะยืนออกันเต็มหน้าร้านเลย สังเกตง่ายๆ ตรงไหนคนเยอะๆ ตรงนั้นมี Glühwein ขาย

สำหรับเมืองเกิททิงเง่นของเรานั้นตลาดคริสต์มาสปีนี้เริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน เปิดไปจนเกือบถึงสิ้นปี อิอิ เราก็ไม่พลาดที่จะไปหาของอร่อยๆ กิน ไว้จะเอารูปมาลงให้ดูนะจ้า

Wednesday, 24 November 2010

TARNBERRY @ ฮาจะเกร็ง



ฮาจะเกร็ง ฉบับที่ 26 วันที่ 24 พฤศจิกายน 2553

วันนี้ TARNBERRY ได้เปิดเผยโฉมหน้าในคอลัมน์แนะนำนักเขียนในหนังสือการ์ตูนฮาจะเกร็งแล้วค่ะ หลังจากที่ได้ร่วมงานกับทางหนังสือมาหลายเดือน รู้สึกตื่นเต้นดีค่ะ ยังไงก็ขอฝากผลงานไว้ด้วยนะค่ะ

If you buy a Thai comic "Ha-ja-keng" today, you will find me in column "Hello Catoonist". It's exciting to be there.